HOME

Coffee Cup Sleeve
     เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ในการสร้างคุณค่าให้กับเครื่องดื่มในร้านของท่าน Coffee Cup Sleeve คือเว็บที่รับสกรีนโลโก้ลงบนปลอกกระดาษสวมแก้ว จำนวนน้อยๆ ได้ โดยเริ่มต้นที่ 2,500 ชิ้น ขึ้นไป.. สืบเนื่องจากทางบริษัท มีการผลิตปลอกกระดาษสวมแก้วประกบลูกฟูกชนิดนี้ขึ้นมาอยู่แล้ว เป็นงานสำเร็จรูปอยู่แล้ว แล้วจึงนำมาสกรีนลงที่หลัง ดังนั้นขอบเขตในการรับงานในตอนนี้จึงเป็นดังนี้...
  1. ปลอกกระดาษสวมแก้วสำเร็จนี้ ทางบริษัทผลิตขึ้นมาอยู่แล้ว ขนาดของปลอกมีตั้งแต่ขนาดเล็ก 8 oz. - 22 oz. ทั้งกระดาษและพลาสติกที่สวมได้พอดี (แต่หากสั่งซื้อแบบไม่พิมลาย มีของทันที พร้อมส่ง)
  2. การสกรีนโลโก้ จะสกรีนได้เพียง 1 สี 1 จุด 1 ด้าน คือ ด้านหน้าเท่านั้น
  3. หากลูกค้าต้องการผลิตมากกว่า 1 สี และมีรายละเอียดการพิมพ์หลายจุด ต้องสั่งผลิต ขั้นต่ำ 15,000 ชิ้น ขึ้นไป..

สนใจปลอกกระดาษสวมแก้ว ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่..
TEL  :  087-3464927  คุณเอ๋ย     IDLine  :  aey-iiz.
TEL  :  083-9893007  คุณยา      IDLine : yongyee2529
Email  :  lovecupsleeve@gmail.com
Fax  :  02-7074067

10 เรื่องน่ารู้ที่คอกาแฟไม่ควรพลาด

1. ทุกอย่างเริ่มจากแพะ

          ก่อนที่จะมาเป็นกาแฟที่เรากินกันอยู่ทุกวันนี้ เชื่อไหมว่าคนสมัยก่อนนั้นเขาไม่ได้เอาเมล็ดกาแฟมากินกันหรอกค่ะ แต่เอาไว้ใช้เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์มาก่อน จนกระทั่งชาวเอธิโอเปียสังเกตว่าแพะที่กินเมล็ดกาแฟเข้าไปดูร่าเริงกระปรี้กระเปร่าผิดปกตินี่แหละ จึงได้เกิดสงสัยขึ้นมาว่าเจ้าเมล็ดกาแฟนี่อาจเอามาใช้เป็นของกินเพิ่มพลังงานให้มนุษย์เราได้เหมือนกัน

2. กาแฟเคยเป็นขนมมาก่อน

          เราไม่ได้พูดถึงพวกขนมยอดฮิตอย่างเค้กหรือไอศกรีมรสกาแฟที่เรากินกันอยู่ทุกวันนี้หรอกค่ะ แต่ก่อนจะมาเป็นเครื่องดื่มที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันของใครหลาย ๆ คน ชาวแอฟริกันเคยเอาเมล็ดกาแฟมาบดแล้วปั้นผสมกับไขมันสัตว์เพื่อใช้กินเหมือนกับเป็นขนมมาก่อนต่างหาก ซึ่งปัจจุบันก็ไม่ได้รับความนิยมสักเท่าไหร่แล้วล่ะ แบบนี้แล้วคงจะเดาเรื่องรสชาติกันได้ไม่ยากเลยทีเดียว

3. อังกฤษเคยสั่งปิดร้านกาแฟ

          ใครจะเชื่อล่ะว่าประเทศผู้ดีอย่างอังกฤษจะเคยสั่งปิดร้านกาแฟทั่วเมืองมาก่อน และที่ทำแบบนั้นก็ไม่ใช่เพราะชาวอังกฤษคลั่งไคล้ชามากจนอิจฉาความนิยมที่เพิ่มขึ้นของกาแฟหรอกนะ แต่ในปี 1675 กษัตริย์ของอังกฤษเคยสั่งปิดร้านกาแฟเพราะคิดว่าชาวเมืองไปรวมตัวกันตามร้านกาแฟเพื่อวางแผนต่อต้านพระองค์ต่างหาก ทำให้ร้านกาแฟทั่วประเทศปวดหัวไปตาม ๆ กันเลยทีเดียว

4. ต้นกาแฟสูงกว่าที่คุณคิด

          ที่จริงแล้วต้นกาแฟนั้นสูงใหญ่มาก โดยสามารถสูงได้ถึง 30 ฟุตหรือราว 9 เมตรเลยทีเดียว แต่ที่ปัจจุบันเรามักจะเห็นว่าไร่กาแฟส่วนใหญ่มีต้นกาแฟสูงแค่ 10 ฟุตหรือราว 3 เมตรเท่านั้น ก็เป็นเพราะว่าชาวไร่เลือกจะปลูกขนาดที่เตี้ยลงเพื่อให้สะดวกในการเก็บเกี่ยวมากขึ้นเท่านั้นแหละ

5. จอร์จ วอชิงตัน เป็นยี่ห้อกาแฟสำเร็จรูปเจ้าแรกของโลก

          ไม่ต้องตกใจไป เพราะประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกาอย่าง จอร์จ วอชิงตัน ไม่ได้ผันตัวเองมาเป็นนักธุรกิจผลิตกาแฟสำเร็จรูปขายหรอก เพียงแต่ว่าชาวเบลเยี่ยมซึ่งเป็นผู้ผลิตกาแฟสำเร็จรูปเจ้าแรกของโลกในปี 1906 ตั้งชื่อกาแฟนั้นว่า จอร์จ วอชิงตัน เพื่อเป็นเกียรติแก่บุคคลสำคัญที่เขานับถือเท่านั้นเอง

6. ที่มาของอเมริกาโน่

          หลาย ๆ คนอาจสงสัยว่าทำไมเมนูกาแฟถึงมีชื่อประเทศรวมอยู่ด้วย ซึ่งคำตอบก็คือมันเป็นเพราะกาแฟชนิดนี้มีที่มาจากทหารชาวอเมริกันนั่นเอง โดยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น ทหารอเมริกันมักจะสั่งกาแฟเอสเพรสโซ่ดื่มเพื่อให้ร่างกายตื่นตัวมากขึ้น แต่มักจะขอให้ผสมน้ำอุ่นลงไปด้วยเสมอ เพื่อไม่ให้มีรสแรงจนเกินไป และนั่นก็คือที่มาของเมนูอย่างอเมริกาโน่ที่เราทานกันอยู่ทุกวันนี่

7. อาราบิก้าเป็นที่นิยมมากว่าโรบัสต้า

          จากสถิติแล้วคนทั่วโลกทานกาแฟอาราบิก้าซึ่งมีรสนุ่มกลิ่นหอมหวานถึง 70% ในขณะที่ทานกาแฟโรบัสต้าซึ่งรสเข้มกว่าและมีคาเฟอีนสูงกว่าถึง 50% เพียงแค่ 30% เท่านั้น จึงเห็นได้ชัดเลยว่าอาราบิก้านั้นเป็นที่นิยมมากว่าโรบัสต้าจริง ๆ

8. มีการซื้อขายเป็นอันดับ 2 ของโลก

          ถึงเราจะกินกาแฟกันอยู่ทุกวัน แต่ใครจะไปคิดล่ะว่ากาแฟจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ซื้อขายกันมากเป็นอันดับ 2 ของโลกเลยทีเดียว ในขณะที่อันดับ 1 คือสิ่งของที่ขาดไม่ได้ยิ่งกว่าอย่างน้ำมันนั่นเอง แบบนี้แล้วใครจะปฏิเสธได้อีกล่ะว่ากาแฟถือเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอันดับต้น ๆ ของโลก

9. กว่าจะมาเป็นเมล็ดกาแฟที่เรากิน

          คุณอาจคิดว่าเมล็ดกาแฟนั้นมาถึงก็เป็นเมล็ดสีน้ำตาลหน้าตาน่ากินตั้งแต่แรกแล้ว แต่รู้ไว้เถอะว่าที่จริงแล้วมันต้องผ่านกระบวนการที่ซับซ้อนกว่านั้นมากนัก โดยแรกเริ่มนั้นผลกาแฟก็เหมือนผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ทั่วไปที่มีสีสันสดใสน่ารักและขนาดพอดีคำนั่นแหละ ซึ่งอันดับแรกเราก็ต้องลอกเปลือกสีชมพูเหลือบแดงของมันออกมาก่อนจนเหลือแค่เมล็ดด้านในเท่านั้น จากนั้นจึงเอาเมล็ดที่ได้ไปตากแดดทิ้งไว้จนแห้งและมีสีเขียว ก่อนจะเอาไปอบด้วยความร้อน 500 องศาให้พองจนมีขนาดใหญ่เกือบเท่าตัวและเป็นสีน้ำตาล จึงจะสามารถเอาไปทำเป็นกาแฟต่อไปได้

10. ฮาวายเป็นรัฐเดียวในสหรัฐฯ ที่ปลูกกาแฟ

          แม้ว่าเราจะเห็นชาวอเมริกันดื่มกาแฟกันมากไม่แพ้เครื่องดื่มชนิดอื่น ๆ แต่เชื่อไหมว่าแม้สหรัฐอเมริกาจะกว้างใหญ่อยู่ไม่น้อย แต่ฮาวายเป็นเพียงรัฐเดียวเท่านั้นที่มีการเพาะปลูกกาแฟในสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี กาแฟที่ปลูกในฮาวายนั้นถือว่ามีเอกลักษณ์มากทีเดียว เพราะกาแฟที่ให้ความรู้สึกละมุนลิ้นปนด้วยกลิ่นเครื่องเทศอ่อน ๆ ของที่นี่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกเลยทีเดียว

          พออ่านจบแล้ว นอกจากเราจะได้ความรู้รอบตัวใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นแล้ว ยังทำให้เราได้รู้ว่ากว่าจะมาเป็นกาแฟที่เรากินกันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ อีกด้วย เพราะฉะนั้นสั่งกาแฟคราวหน้าอย่าลืมทานให้หมดแก้วเพื่อให้คุ้มค่ากับวิธีทำที่พิถีพิถันด้วยนะจ๊ะ


อ้างอิงข้อมูล : http://hilight.kapook.com/view/76520



สนใจปลอกกระดาษสวมแก้ว ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่..
TEL  :  087-3464927  คุณเอ๋ย     IDLine  :  aey-iiz.
TEL  :  083-9893007  คุณยา      IDLine : yongyee2529
Email  :  lovecupsleeve@gmail.com
Fax  :  02-7074067

ทำไมดื่มกาแฟ แล้วปวดฉี่บ่อย ?


กาแฟจะทำให้ฉี่บ่อยครับ เพราะคาเฟอีนในกาแฟจะกระตุ้นให้ไตขับน้ำออกจากร่างกายมากกว่าที่ดื่มเข้าไป การกินกาแฟมากๆ จะทำให้ร่างกายอยู่ในสภาวะขาดน้ำ ซึ่งอาจทำอันตรายต่อเซลล์ในร่างกายได้ครับ โดยเฉพาะเซลล์สมอง นอกจากนี้คาเฟอีนยังมีผลกระทบอื่นๆ กับร่างกายอีกมาก เช่น
  1. ไปชลอหรือยับยั้งการหลั่งสาร melatonin ประมาณ 6-9 ชั่วโมง จากต่อม pineal gland (ที่เขาว่ากันว่าเป็นตาที่สามของคน) สารตัวนี้มีไว้เพื่อควบคุมการนอนหลับ การแก่ชรา และความสามารถในการสืบพันธ์
  2. ยับยั้งเอนไซม์ที่ใช้ในกระบวนการเรียนรู้และจดจำในสมอง
  3. ว่ากันว่าคาเฟอีนเป็นสารพิษโดยธรรมชาติ ที่พืชใช้ป้องกันตัวจากศัตรู มีการทดสอบพบ ว่าเมื่อแมลงได้รับคาเฟอีนต่อเนื่องกันไปในระยะเวลาหนึ่ง แมลงตัวนั้นจะสูญเสียความ สามารถหรือไหวพริบในการเอาตัวรอดไป เช่น ลืมพรางตัว เป็นสาเหตุพืชสามารถกำจัด ศัตรูของมันไปได้
  4. ผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำวันละ 5-6 แก้จะมีอัตราเสี่ยงเป็นโรคหัวใจถึง 2 เท่า

ที่มา คุณ tong  http://www.richdadthai.com/rdtboard/viewtopic.php?t=970                                                            
สนใจปลอกกระดาษสวมแก้ว ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่..
TEL  :  087-3464927  คุณเอ๋ย     IDLine  :  aey-iiz.
TEL  :  083-9893007  คุณยา      IDLine : yongyee2529
Email  :  lovecupsleeve@gmail.com
Fax  :  02-7074067

เพราะเหตุใด เราถึงชอบไปคุยงานกันที่ร้านกาแฟ


หากไม่นับเรื่องของความเบื่อหน่าย อยากอู้สักหน่อยด้วยการออกไปหากาแฟดื่มแล้วล่ะก็ทำไมเรามักจะเห็นภาพของคนทำงานมานั่งคุยกันตามร้านสตาร์บัคส์ บ้างก็มีแล็ปท็อป นั่งเปิดทำงานตรงนั้นได้ทั้งวัน
จากผลการศึกษาโดยศาสตราจารย์ Amar Cheema แห่งสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่าการคุยงานในร้านนั้นลื่นไหลและเปี่ยมด้วยไอเดียสร้างสรรค์ เป็นเพราะระดับของ "เสียง" ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับกาแฟเลย
การทดลองทำโดยให้กลุ่มตัวอย่างมากกว่า 300 คน ให้เข้าไปนั่งอยู่ในที่ๆ มีเสียงเงียบสนิท ปานกลาง และดังโหวกเหวกโวยวาย พบว่ากลุ่มที่ทำงานในที่มีระดับเสียงปานกลาง จะสามารถพูดคุยโต้ตอบกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าอีกสองกลุ่ม
เสียงที่ดังในระดับที่พอเหมาะ และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ช่วยให้ระบบสมองของคนเรารู้สึกตื่นตัวและกระฉับกระเฉง ซึ่งบรรยากาศภายในร้านกาแฟนั้นก็เข้ากับการศึกษานี้พอดี  
ถ้าปลีกตัวออกไปร้านกาแฟไม่ได้ ก็ลองเปลี่ยนบรรยากาศในที่ทำงานให้คล้ายร้านกาแฟดูก็น่าจะดีนะ
ที่มาข้อมูลและภาพ trueplookpanya.com

สนใจปลอกกระดาษสวมแก้ว ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่..
TEL  :  087-3464927  คุณเอ๋ย     IDLine  :  aey-iiz.
TEL  :  083-9893007  คุณยา      IDLine : yongyee2529
Email  :  lovecupsleeve@gmail.com
Fax  :  02-7074067

กาแฟแพงที่สุดในโลก


กาแฟ แพงที่สุดในโลก ( Most expensive coffee )
          Kopi Luwak โคปิ ลูแว็ค เป็นกาแฟโรบัสต้าชนิดหนึ่ง และเป็นกาแฟแพงที่สุดในโลก เนื่องจากขบวนการผลิตอันยุ่งยาก แปลกประหลาด มีออกสู่ต้องตลาดประมาณปีละ 500 ปอนด์ต่อปี ทำให้มันมีราคาประมาณกิโลกรัมละ 41,000 บาท และสามารถผลิตได้เพียงไม่กี่แห่งบนโลกนี้ จึงประเทศที่ผลิตได้ก็มีดังต่อไปนี้
          * ประเทศอินโดนีเซีย ที่เกาะสุมาตรา (Sumatra) , เกาะจาวา ( Java ) เกาะสุลาเวสี ( Sulawesi )
          * ประเทศฟิลิปปินส์ ( จะเรียกกาแฟชนิดนี้ว่า Kape Alamid )
          * ประเทศทิมอร์ ( จะเรียกกาแฟชนิดนี้ว่า kafé-laku )
          * ประเทศเวียดนาม ( จะเรียกกาแฟชนิดนี้ว่า weasel coffee )
ทำไมกาแฟ โคปิ ลูแว็ค ( Kopi Luwak ) จึงอร่อย
          * ขบวนการย่อยอาหารของชะมด ทำให้โปรตีนในเมล็ดกาแฟแตกตัวเป็นโมเลกุลขนาดเล็ก เวลานำเมล็ดกาแฟชนิดนี้ไปคั่วบดจะมีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ
          * ขบวนการย่อยอาหารของชะมด ทำให้โปรตีนบางชนิดในเม็ดกาแฟ ถูกสกัดออกเมื่อนำไปคั่วแล้ว กาแฟจะมีรสชาติขมน้อยลงนิดหน่อย
          * มันผลิตจากอึของชะมด
ขบวนการผลิต โคปิ ลูแว็ค ( Kopi Luwak )
          * ปลูกกาแฟในที่ที่มีสัตว์ที่เรียกว่า ชะมดสายพันธ์ุเอเซีย (Asia Palm Civet) แต่ชาวพื้นเมืองจะเรียกชะมด ชนิดนี้ว่า "ลูแว็ค"
          * เม็ดกาแฟสุกชะมดมากิน เม็ดกาแฟที่สุก
          * เมื่อชะมดกินเม็ดกาแฟเข้าไป กรดและเอนไซม์ในกระเพาะอาหารของชะมดทำปฏิกิริยาทางเคมี คล้ายกับการหมัก(Fermentation)          
          * รอชะมดถ่ายมูลออกมา แล้วตามเก็บ แต่สามารถรวบรวมได้ค่อนข้างง่าย เนื่องจากชะมดมีนิสัยขับถ่ายในสถานที่เดิมๆ เสมอ
          * นำมูลที่ได้มาเลือกเฉพาะเม็ดกาแฟ
          * นำเม็ดกาแฟที่ได้ไปตากให้แห้ง
          * นำเม็ดกาแฟที่ตากแห้งดีแล้วมาคั่วจนแห้งสนิด เป็นอันจบขบวนการผลิต โคปิ ลูแว็ค

ความพยายามเลียนแบบ โคปิ ลูแว็ค ( Kopi Luwak )
          แมสสิโม มาร์โคเน นักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา ใช้เวลาสืบเสาะอยู่นานกว่าจะพบว่า ในป่าแห่งหนึ่งของประเทศเอธิโอเปีย มีชะมดกัดกินกาแฟ แต่จากการทดสอบรสชาติก็ยังด้อยกว่าของอินโดนิเซีย เนื่องจากเป็นชะมดต่างพันธุ์กัน
          แมสสิโม มาร์โคเน ยังค้นพบว่า กระบวนการย่อยอาหารของชะมด ต้องผ่านแบคทีเรียและ เอนไซม์ในท้องของชะมด เป็นกรรมวิธีเดียวกับการหมักกาแฟแบบหนึ่งที่เรียกว่า "การหมักเปียก" และยังใช้แบคทีเรียชนิดเดียวกันด้วย คือ แบคทีเรียแล็กติกเอซิด มาร์โคเนมั่นใจว่าการหมักกาแฟเปียกน่าจะให้ผลใกล้เคียงกับกาแฟที่ผ่านการย่อยในท้องของชะมดแต่ยังอยู่ในขั้นตอนการทดลอง
อ้างอิงข้อมูล : http://guru.sanook.com/6872/กาแฟแพงที่สุดในโลก/

สนใจปลอกกระดาษสวมแก้ว ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่..
TEL  :  087-3464927  คุณเอ๋ย     IDLine  :  aey-iiz.
TEL  :  083-9893007  คุณยา      IDLine : yongyee2529
Email  :  lovecupsleeve@gmail.com
Fax  :  02-7074067

ทำไมกาแฟเย็นชืดถึงไม่อร่อย

     คนชอบดื่มกาแฟเคยนึกสงสัยกันบ้างหรือไม่ว่า "ทำไมกาแฟถ้วยเดียวกัน ตอนร้อนๆ ถึงหอมอร่อย แต่พอทิ้งไว้จนเย็นชืด กลับมีรสชาติน่าถุยทิ้ง?" และยิ่งน่าแปลกใจเข้าไปใหญ่เมื่อเรานึกได้ว่ากาแฟเย็นใส่น้ำแข็งก็มีรสชาติดีกว่ากาแฟเย็นชืดที่ทิ้งไว้หลายเท่า

ทีมวิจัยที่นำโดย Karel Talavera แห่ง Laboratory of Ion Channel Research ในคิวบา ได้ทดลองวัดประสิทธิภาพการรับรู้รสอาหารของต่อมรับรสบนลิ้นที่อุณหภูมิต่างๆ กัน พวกเขาพบว่า สำหรับอาหารร้อนที่มีอุณหภูมิ 75 องศาเซลเซียส กลุ่มตัวอย่างจะรับรู้รสขมได้น้อยกว่าเมื่อเทียบกับเมื่อกินอาหารที่มีอุณหภูมิเท่ากับอุณหภูมิห้อง (20-25 องศาเซลเซียส) นอกจากต่อมรับรู้รสขมแล้ว ต่อมรับรู้รสหวานก็ทำงานน้อยลงด้วย
Karel Talavera สันนิษฐานว่า สาเหตุทางวิวัฒนาการที่ทำให้ต่อมรับรสของมนุษย์ทำงานได้ไม่ดีกับอาหารร้อนๆ เนื่องมาจากบรรพบุรุษของเราไม่ได้กินอาหารที่มีอุณหภูมิสูงเกินหรือต่ำเกินกว่าช่วง 20-37 องศาเซลเซียส ลิ้นของเราจึงไม่ได้ถูก 'ออกแบบ' มาให้ทำงานกับอาหารร้อนจัด
อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์คนอื่น เช่น Paul Breslin แห่ง Rutgers University และ Barry Green แห่ง Yale University เห็นว่าประสิทธิภาพการทำงานของต่อมรับรสไม่ใช่คำตอบเดียวว่าทำไมเราถึงไม่ชอบกาแฟเย็นชืด เนื่องจากเมื่อกินอาหารร้อนๆ ต่อมรับรสหวานก็ทำงานน้อยลงด้วย แถมลดลงมากกว่าต่อมรับรสขมเสียอีก ทั้งสองคนคิดว่า "กลิ่น" ของกาแฟน่าจะมีส่วนไม่น้อยที่ทำให้เราชอบกาแฟร้อนๆ
กาแฟร้อนจะปล่อยสารอะโรมาติกที่มีกลิ่นหอมออกมามากกว่า ซึ่งกลิ่นหอมนี้เองที่กระตุ้นให้เรารู้สึกว่ากาแฟมีรสชาติอร่อยกลมกล่อม นอกจากนี้กลิ่นหอมของนมร้อนๆ (นมที่ใส่ในกาแฟนะ อย่าคิดมาก) ก็ร่วมทำงานเข้าเตะจมูกเราด้วย
นอกจากนี้ Paul Breslin ก็เสนอสมมติฐานว่า มันยังเกี่ยวข้องกับการดึงดูดความสนใจอีก กาแฟร้อนจัดหรือเย็นจัดจะหันเหความสนใจของระบบประสาทรับรู้ของเราไปที่อุณหภูมิที่แตกต่างจากอุณหภูมิห้องและอุณหภูมิร่างกาย ทำให้สัญญาณความขมของกาแฟได้รับความสนใจจากสมองน้อยลง
สรุปว่าในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ก็ยังคงไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงชอบกาแฟร้อนหรือกาแฟเย็นใส่น้ำแข็งมากกว่ากาแฟที่เย็นชืด ไม่ใช่กาแฟเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงอาหารชนิดอื่นๆ ด้วย แทบจะทุกคนไม่ชอบกินอาหารที่ถูกทิ้งไว้บนโต๊ะค้างวันค้างคืน บางทีสาเหตุอาจจะเป็นผลจากทฤษฎีข้างต้นทุกข้อผสมๆ กัน หรืออาจจะมีอย่างอื่นร่วมอีกก็ได้

ที่มา - Life's Little Mysteries

สนใจปลอกกระดาษสวมแก้ว ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่..
TEL  :  087-3464927  คุณเอ๋ย     IDLine  :  aey-iiz.
TEL  :  083-9893007  คุณยา      IDLine : yongyee2529
Email  :  lovecupsleeve@gmail.com
Fax  :  02-7074067

หลากรสกับกาแฟถ้วยโปรด


 ในการชงกาแฟก็มีการจำแนกลักษณะรสของกาแฟตามส่วนผสมในการชง ซึ่งก็จะมีชื่อเรียกแตกต่างกัน คราวนี้ทุกครั้งที่คุณสั่งกาแฟถ้วยใหม่มาดื่ม คุณจะได้สามารถตัดสินใจได้ว่าอยากจะดื่มกาแฟอะไร  ชื่อกาแฟต่างชนิดกันจะประกอบด้วยส่วนผสมหลักเดียวกันคือ..น้ำกาแฟเข้มข้นแก้วเล็ก 1 ช็อต (Espresso Shot) ที่ควรจะต้องทำจากเม็ดกาแฟผสมแบบเอสเปรสโซ(นิยมใช้กาแฟพันธุ์อราบิก้า) และเครื่องชงเฉพาะที่มีแรงดัน ที่เรียกว่าเครื่องเอสเพรสโซ แล้วจึงนำไปผสมกับน้ำ, นม, ช็อคโกแลต หรือส่วนผสมอื่นๆ ตามชื่อสูตรดังนี้
"เอสเพรสโซ" (Espresso)
มักจะหมายถึง น้ำกาแฟเข้มข้นแก้วเล็ก 1 ช็อต(Espresso Shot) เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีควร ดื่มทันทีที่ได้รับ โดยไม่เติมน้ำตาลและนม

"อเมริกาโน" (Americano)
ประกอบด้วยช็อตเอสเพรสโซ ผสมกับน้ำ จะเป็นน้ำร้อนหรือน้ำเย็น แล้วแต่ว่าจะเลือกสั่งเป็นร้อนหรือเย็น เหมาะกับผู้ที่อาจจะมีเวลามากหน่อย และอาจจะเติมนม เติมน้ำตาลตามชอบ

"คาปูชิโน" (Cappuccino)
ประกอบด้วยช็อตเอสเพรสโซ ผสมกับนม  และฟองนม จะเป็นนมร้อนหรือนมเย็น แล้วแต่ว่าจะเลือกสั่งเป็นร้อนหรือเย็น คาปูชิโนจะมีปริมาณของฟองนมมากกว่าลาเต้ หรืออีกนัยหนึ่งคือมีปริมาณของนมร้อนน้อยกว่านั่นเอง ซึ่งทำให้คาปูชิโนมีรสชาติของกาแฟเข้มกว่าลาเต้และอาเหยาะผงอบเชย (Cinnamon) หรือผงลูกจันเทศ (Nutmeg) หรือผงช็อคโกแลต  ลงบนผิวหน้าฟองนมก่อนดื่ม

"มอคค่า" (Mocha)
ประกอบด้วย ช็อตเอสเพรสโซ ผสมกับนม และน้ำเชื่อมช็อคโกแลตมักจะปิดหน้าด้วยวิปครีม เหมาะกับผู้ที่ชอบดื่มกาแฟที่มีความหอม หวานมันของช็อคโกแลตผสมอยู่ด้วย

"ลาเต้" (Latte)
ประกอบด้วยช็อตเอสเพรสโซ ผสมกับนม และฟองนม จะเป็นนมร้อนหรือนมเย็น แล้วแต่ว่าจะเลือกสั่งเป็นร้อนหรือเย็น เหมาะกับผู้ที่ชอบดื่มกาแฟใส่นม รสชาติที่ได้ก็จะเป็นกาแฟที่ใส่นมแล้ว ไม่เข้มข้นมากเหมือนกับเอสเพรสโซ หรืออเมริกาโน เสน่ห์จะอยู่ตรงที่อุณหภูมิของนมที่เหมาะสมและฟองนมที่สัมผัสริมฝีปาก

อ้างอิงข้อมูล : http://guru.sanook.com/2821/หลากรสกับกาแฟถ้วยโปรด/                                                                                                                                                                                                                     
สนใจปลอกกระดาษสวมแก้ว ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่..
TEL  :  087-3464927  คุณเอ๋ย     IDLine  :  aey-iiz.
TEL  :  083-9893007  คุณยา      IDLine : yongyee2529
Email  :  lovecupsleeve@gmail.com
Fax  :  02-7074067